ขอบเขตความส่วนตัวของคนอยู่ที่ไหนกัน?

 

บางคน เรื่องบางเรื่องก็เป็นความลับมาก ให้คนอื่นรู้ไม่ได้

แต่บางคนก็นำเรื่องของตนเองมาประกาศให้โลกรับรู้

 

มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่ละคนมีขอบเขตของความส่วนตัวที่ต่างกัน

ก็มุมมองของคนต่างกัน

 

แต่ที่น่าแปลก

เพราะกับบางคน เรื่องที่เตรียมจะนำเสนอให้คนอื่นรับรู้ในโลกออนไลน์ของเขา

กับกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง

 

ฉันรู้สึกแปลกแยกกับตัวเอง...อีกครั้ง

 

นับย้อนไปเมื่อ 365 วันที่แล้ว

ขณะนั้น ฉันเคยรู้สึกแปลกแยกกับสังคม และตัวฉันเอง

ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ในการตัดสินใจ “เลือก” ระหว่างชมรมและคณะ

เพราะหากฉันเลือก “คณะ” หมายความว่า ฉันจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของ cycle ที่ไม่มีวันรู้จบ

แต่หากฉันเลือก “ชมรม” ฉันก็อาจจะกลายเป็นบุคคลผู้เห็นแก่ตัวและไร้ตัวตนในสังคม

 

สุดท้าย ฉันปฏิเสธวัฒนธรรมมวลชน และเลือกสังคมปัจเจกชน

 

และในขณะนี้... ความรู้สึกแปลกแยกเหมือนในครั้งนั้น มันได้ย้อนกลับมาหาฉันอีกครั้ง

แต่เป็นมุมมองที่ต่างออกไป

วันนี้ ฉันโตขึ้น

หนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง

โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะทำงานคนเดียวหรือกับคนกลุ่มน้อยๆ

ฉันจึงรู้ จึงเข้าใจ และเห็นใจเพื่อนๆ ที่คณะ ที่ต้องทำงานเพียงคนเดียว

ว่ามันเหนื่อยและหนักแค่ไหน

ฉันอยากที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย

หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในใจฉันคือ มันจะเป็นการสนับสนุนสิ่งที่ฉันปฏิเสธมาโดยตลอดหรือเปล่า?

ฉันพาตัวเองออกมาจาก cycle

และเมื่อฉันหลุดพ้นแล้ว กลับกลายเป็นว่า

ฉันกำลังจะส่งน้องๆ เข้าไปสู่ cycle นั้น ด้วยมือของฉันเองอย่างนั้นหรือ?

น้องๆ ...ที่อาจจะกำลังรู้สึกเหมือนกับฉันในตอนนั้น

 

ฉันไม่อยากเป็นคนเห็นแต่ตัว แต่ฉันก็ไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว

 

ความรู้สึกแปลกแยกนี้ ยังคงเกาะกุมจิตใจฉัน

ทางออกอาจจะมีเพียงการ “เลือก”

แต่ ณ ขณะนี้... ฉันยังคงหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

ว่าฉัน...ควรจะทำอย่างไรดี

ฉันทำงานจุลสารชมรมฯ ซึ่งก็เป็นเพียงแค่จุลสารแจกฟรีเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่ง

และพอจุลสารได้ถูกแจกจ่ายออกไปอย่างแพร่หลายแล้วนั้น ก็ได้มีกระแสตอบรับกลับมา

ทั้งชอบ และไม่ชอบ

มีทั้งคำชมว่าทำได้ดี อ่านสนุก อาร์ตสวย

และคำติ ว่าตัวหนังสือเล็ก คำผิด

สรุปรวมๆ แล้ว มันก็น่าจะดี ล่ะนะ

 

และในวันนี้... ฉันได้รับโทรศัพท์ ที่เป็นอีกหนึ่งกระแสตอบรับจากจุลสารเล่มนี้เช่นกัน

 

เป็นกระแสตอบรับในเชิงลบ...

ที่ไม่ชอบเนื้อหาในเชิงต่อต้านการรับน้อง ก็เท่านั้นเอง

ส่วนเนื้อหาที่ต่อต้านมหาวิทยาลัย...เขาไม่ได้ว่าอะไรให้

อืมม... สรุปว่า เราคงแตะต้องการรับน้องอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้สินะ

 

ก็ไม่มีอะไร แค่ “การทำงานผ่านสื่อ มันคงเป็นงานที่ต้องยอมรับผลที่จะตามมาให้ได้สินะ”